Mini Review : การใช้งาน Chromecast 3rd Gen

March 18, 2019

ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นที่ 2 ทางกูเกิ้ลได้เปิดตัว Chromecast 3rd Gen (รุ่นล่าสุด) เเละผมก็มีโอกาสนำมาลองทดสอบดู มาเริ่มจากแกะกล่องดูอุปกรณ์ข้างในกันเลยครับ ก็จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้

 

- Chromecast 3rd Gen


- Adapter


- Micro USB


- User Guide

 

 

DESIGN

 

มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกใหม่ให้มีความโค้งมนมากขึ้น และมีผิวสัมผัสด้าน ให้สัมผัสที่ดีมาก

ดูพรีเมี่ยมมาก ๆ ครับ และมีการสลักโลโก้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ  ‘’G’’ บริเวณตรงกลาง ซึ่งเป็นเครื่อง

หมายการค้าของ Google ด้านข้างมีปุ่ม 1 อันไว้กดรีเซ็ทอุปกรณ์ 
และมีไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน 

 

 

 

สิ่งที่ปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้า

 

- Gen 3 ชิปประมวลผลทำงานไวขึ้น 15%


- Gen 3 รองรับความระเอียด 1080P 60fps  / Gen 2 1080P 30fps

 

 

SET UP / การตั้งค่าใช้งานครั้งเเรก

 

การตั้งค่าสำหรับการใช้งานครั้งเเรกก็ง่ายมากๆครับ เพียงเสียบตัว Chromecast 3 เข้ากับพอร์ท HDMI 

ด้านหลังทีวี และเสียบสาย USB เพื่อต่อไฟเลี้ยง รอจนกว่าจะขึ้นหน้าจอ Set Up 

 

 

จากนั้นเข้าแอป Google Home จากสมาร์ทโฟน ดาวโหลดได้จาก Play Store หรือ App Store และทำตามขั้นตอนที่แอปแนะนำไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ
 เท่านี้เจ้า Chromecast 3 ก็พร้อมใช้งานแล้วครับ หน้าตาตอนแสตนด์บาย พร้อมใช้งานก็จะมีรูปสวยๆจากทั่วทุกมุมโลกเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ให้เราได้ดูแบบนี้ครับ

 

 

 

PERFORMANCE

 

ทางกูเกิ้ลเคลมไว้ว่า Gen 3 ทำงานไวขึ้น 15% ส่วนตัวผมยังไม่เคยใช้ Gen 2 แต่ได้ลองตัวนี้ครั้งเเรก ต้อง
บอกเลยว่ามันทำงานไวมาก ตอบสนองไวมากครับ สั่งได้ดั่งใจ ไม่ทำให้อารมณ์เสียเลย 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไวในการเเคส กดปุ๊ปมาปั๊บเลยครับ ภาพคมชัด สีสันสดใส ไหลลื่นไม่มีกระตุกเลย รองรับการเเคสคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Netflix, Spotify, Facebook Video, AIS Play, True ID, แชร์รูปถ่ายขึ้นหน้าจอทีวีผ่าน Google Photos

 

การทำ Screen Mirroring (Android) ก็ทำได้เช่นกันครับ เรียกได้ว่าการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android นั้นทำได้ 100% เลยทีเดียว ส่วนการใช้งานกับสมาร์ทโฟนฝั่ง iOS นั้นอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือไม่สามารถทำ Screen Mirroring ได้โดยตรง (ต้องโหลดแอปเพิ่มเติม และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติมครับ)  ส่วนการแคสคอนเทนท์ต่าง ๆ จาก PC ทำได้โดยผ่าน Chrome Browser ครับ

 

ตัวอย่างหน้าตาตอนสั่งเล่น Spotify จากสมาร์ทโฟนครับ

 

 

ข้อดี

 

- เปลี่ยนทีวีธรรมดาให้สมาร์ทยิ่งขึ้น


- ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบามาก


- การติดตั้งและ Set Up ครั้งแรกค่อนข้างง่าย และไม่ซับซ้อน


- การแคสคอนเทนท์ต่างๆทำได้รวดเร็ว

- สามารถใช้ไวไฟที่ปล่อยจากสมาร์ทโฟนอีกเครื่องได้

- สามารถต่อไฟเลี้ยงจากช่อง USB ของทีวีได้


- รองรับการทำงานร่วมกับ Google Home Mini, Google Home

, Google Home Hub

 

 

ข้อเสีย

 

- ไม่รองรับการทำ Screen Miroring กับระบบ iOS (ต้องโหลดแอปเพิ่ม และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม)

- ตัวอุปกรณ์ค่อนข้างร้อน ควรเว้นช่องว่างด้านหลังทีวี เพื่อให้มีการระบายอากาศได้ดีครับ 

 

 

สรุป

 

Chromecast เหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนทีวีธรรมดา ให้เป็นสมาร์ททีวี ชอบดู Youtube, Netflix และฟังเพลงผ่าน Spotify เนื่องจากการใช้งานค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ส่วนคนที่มีสมาร์ททีวีอยู่แล้ว ซึ่งในบาง

รุ่นจะมีแอป Youtube, Netflix, Spotify มาให้ในตัว ก็ต้องถามตัวเอง ว่าคุณต้องการประสบการณ์การใช้งานแบบไหนครับ

 

การใช้งานร่วมกับ Google Home Mini, Google Home เป็นอะไรที่ลงตัวที่สุดแล้วครับ คุณสามารถสั่งงานด้วย

เสียงได้เลย เช่น สั่งเปิด-ปิดทีวี, สั่งเปิดเพลงผ่าน Spotify, สั่งให้เล่นหนังจาก Netflix หรือ Youtube ทั้งหมดนี้จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นมาก ๆ เเละทำให้การใ